กลั้นปัสสาวะ บ่อยอาจเสี่ยง “ติดเชื้อในกระเเสเลือด”

กลั้นปัสสาวะ บ่อยอาจเสี่ยง “ติดเชื้อในกระเเสเลือด” ทราบหรือไม่ว่า การติดเชื้อในกระแสเลือด จากการกลั้นปัสสาวะ ส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิง เนื่องจากมีทางเดินปัสสาวะที่สั้นกว่าผู้ชาย จึงทำให้เชื้อจากภายนอก เข้าสู่ภายในร่างกายได้ง่ายกว่า ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจนเกิดความผิดปกติ และไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้

กลั้นปัสสาวะ บ่อยอาจเสี่ยง “ติดเชื้อในกระเเสเลือด”

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า อาการที่เราสามารถเห็นได้ชัดจาก การกลั้นปัสวะ มีอาการเป็นอย่างไร

สาเหตุโรคกลั้นปัสสาวะ

สาเหตุหลักที่สำคัญและเกี่ยวข้องโดยตรงในสตรีเพศเป็นเพราะว่า กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อนลง บางทีเรียกกันว่า กระบังลม (เชิงกราน) หย่อน ลองนึกถึงภาพ เปลญวณที่ผูกขึงไว้หย่อน เมื่อมีแรงของน้ำหนักตัว ที่ลงไปนั่งนอนยิ่งหย่อนลงไปคล้าย ๆ กับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่หย่อน อาจจะดึงท่อปัสสาวะและช่องคลอดหย่อน ลงมาด้วยเป็นมุมที่ทำให้ปัสสาวะเล็ดราดออกมาได้ง่ายนั่นเอง

กลั้นปัสสาวะ บ่อยอาจเสี่ยง "ติดเชื้อในกระเเสเลือด"

ประเภทโรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

โรค/กลุ่มอาการปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ (Urinary Incontinence) ในมุมมองของการแพทย์ ในปัจจุบันมีการจัดจำแนก อาการเหล่านี้เป็นรายละเอียดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นไป เพื่อการซักถามปรึกษาอาการ และแนวทางการตรวจวิฉิจฉัย และการวางแผนการปรึกษาและแนะนำผู้ป่วยต่อไป

โรค/กลุ่มอาการปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ แบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

  1. ปัสสาวะกลั้นไม่อยู่ที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital)
  2. ปัสสาวะรดที่นอน (Bed Wetting Enuresis)
  3. ปัสสาวะกลั้นไม่อยู่จากระบบประสาท (Neurogenic)
  4. ปัสสาวะเล็ดเมื่อออกแรงเบ่ง (Stress Urinary Incontinence)
  5. ปัสสาวะราดกลั้นไม่ได้ (Urge Incontinence)
  6. ปัสสาวะเล็ดและราดร่วมกัน (Mixed Incontinence) หมายถึงอาการข้อ 4 และข้อ 5 เป็นร่วมกัน
  7. ปัสสาวะล้นซึม (Over Flow Incontinence)
  8. ปัสสาวะบ่อยมากในช่วงกลางวัน (Urinary Freguency Daytime)
  9. ปัสสาวะบ่อยในช่วงเวลากลางคืน (Nocturia Night Time)
  10. ปัสสาวะปวดกลั้น (Urgency)
  11. กระเพาะ, ปัสสาวะไวเกิน (Over Active Bladder) หมายถึงกลุ่มอาการในข้อ 5, 8, 9 และ10 รวม ๆ กัน)

การรักษาอาการ ติดเชื้อในกระแสเลือด

เพื่อการส่งเสริมให้การรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการศึกษาวิจัยวิเคราะห์เชื้อในกระแสเลือด เพื่อดูผลของการให้ยาที่ถูกต้อง และเกิดประสิทธิผลมากที่สุด ซึ่งจะเป็นการรักษา ที่ตรงจุดกว่าการให้ยาแบบครอบคลุมทุกโรค รวมทั้งยังมีการศึกษาวิจัยเพื่อยับยั้งสาเหตุที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด เพื่อการเฝ้าระวังอย่างครบวงจรอีกด้วย

  1. เริ่มเน้นที่การซักถามประวัติและ อาการปัจจุบันอย่างละเอียดเป็นสำคัญ จะสามารถแยกแยะอาการแสดงที่เป็นอยู่ และพอที่จะทราบชนิดของปัสสาวะกลั้นไม่อยู่
  2. ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต รวมทั้งโรคที่เป็นอยู่ถึงปัจจุบัน เช่น โรคความดัน เบาหวาน หัวใจ ระบบประสาท รวมทั้งการผ่าตัดรักษาและอุบัติเหตุที่ ส่งผลถึงระบบทางเดินปัสสาวะ
  3. ประวัติการคลอดบุตร และในเพศชายเน้นอาการโรคต่อมลูกหมากโต รวมทั้งระบบทางเพศและฮอร์โมน ฯลฯ
  4. ประวัติการใช้ยารักษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะยาขับปัสสาวะ ยานอนหลับ กล่อมประสาท เป็นต้น
  5. สภาพทางจิตใจและอารมณ์ ฯลฯ  
  6. อาชีพความเป็นอยู่ทางสังคม ฯลฯ
  7. อาหารและน้ำดื่ม เครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟ แอลกอฮอล์ บุหรี่ ฯลฯ
  8. การออกกำลังกาย พักผ่อน นอนหลับ

เพียงแค่เราได้รู้แล้วว่า การที่เรากลั้นปัสวะบ่อยๆนั้น เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราก็ไม่ควรที่จะกลั้นปัสวะบ่อยนะคะ เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายของเราได้ หวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ

5 ซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ กระแสฮิตเดือนพฤษภาคม 2021 ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาแผลงฤทธิ์ใส่ในเมืองไทยอีกครั้ง อยู่ติดบ้านเอาไว้ในช่วงนี้เป็นดีที่สุด และตัวเลือกในการหาอะไรผ่อนคลาย ระยะยาวในช่วงนี้ ก็คงจะไม่พ้นโปรแกรมซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ๆ ที่เตรียมจะประเดิมออนแอร์ในเดือนนี้ 

กักตัวยังไงไม่ให้เหงา เพียงเลือกเล่นสล็อตออนไลน์  การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ ไม่มีข่าวว่าจะแผ่วลงเลย อีกทั้งยังมีความรุนแรงกว่ารอบที่ผ่านมา ทำให้เราต่างต้องอยู่บ้าน และไม่ออกไปข้างนอกบ่อยเท่าที่ควร และที่สำคัญทำให้ สังคมการทำงานของเราเปลี่ยนแปลงไป หลายคนต้องเลือกที่จะกลับมาทำงานที่บ้าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และช่วยในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อนั่นเองค่ะ แต่การที่เราจะอยู่บ้าน และวันหยุดก็ไม่ได้ออกไปไหน อาจจะเกิดความเหงา ความเครียดได้